บทที่1
ที่มาและความสำคัญของโครงงาน
เป็นการต่อยอดจากชั้นมัธยมศึกษาปีที่1 ที่ได้ทำข้าวแคบจ๊าดลำ
ซึ่งในชั้นมัธยมศึกษาปีที่2 ได้ทำเมี่ยงเต้าเจี้ยว
ซึ่งมีส่วนประกอบคือข้าวเกรียบ
เพื่อจะให้เป็นการพัฒนาวัตถุดิบให้มีมูลค่า
และสืบสานขนบธรรมเนียมอาหารไทยที่มีเฉพาะที่เมืองตากซึ่งถือว่าเป็นเอกลักษณ์เลยทีเดียว
จุดมุ่งหมายของการทำโครงงาน
จะได้รู้วิธีการทำเมี่ยงเต้าเจี้ยวและได้รู้ประวัติความเป็นมาเมี่ยงเต้าเจี้ยวหรือเมี่ยงจอมพล
และยังได้รู้ส่วนผสมอะไรอีกมากที่หาได้ในท้องถิ่นและยังเป็นสมุนไพรที่ดีต่อสุขภาพ
ระยะเวลาดำเนินการ
เดือนพฤศจิกายน-เดือนธันวาคม 2555
สถานที่ศึกษาค้นคว้า
โรงเรียนตากพิทยาคม
บทที่3
1.เขียนโครงร่างโครงงาน
2.วางแผนการดำเนินงาน
3.ศึกษาข้อมูล
4.รวบรวมข้อมูล
5.ตรวจสอบข้อมูล
6.สรุปข้อมูล
7.ประเมินผล
8.สรุปผลการประเมิน
9.นำเสนอ
ขอบเขตของโครงงาน
ขอบเขตวัตถุดิบ
เร้าใช้ใบชะพลูของตำบลหัวเดียด
ซึ่งเป็นถิ่นที่มีใบชะพลูที่มีสารอาหารมากและปราศจากสารเคมี
เมี่ยงคำเป็นอาหารที่มีคุณประโยชน์ต่อสุขภาพและส่วนผสมก็หาง่ายมากตามท้องถิ่นและเมี่ยงมีชื่อแรกว่าเมี่ยงจอมพลต่อมาได้เปลี่ยนชื่อเป็นเมี่ยงคำที่ชาวบ้านเรียกต่อๆกันมา และครูกาญจนา สาระนิต
ได้ให้คำแนะนำเกี่ยวกับเมี่ยงคำและคำแนะนำเกี่ยวกับวางแผนเพื่อนให้งานเสร็จตามกำหนด
วัสดุที่ใช้ในการทำโครงงาน
-ฟิวเจอร์บอร์ด
-อุปกรณ์ตกแต่งต่างๆ
-รูปภาพประกอบ
งบประมาณในการใช้จ่าย
300บาท
ข้อเสนอแนะ
1.โครงงานเรื่องนี้สามารถนำไปใช้ประโยชน์ในหลักโภชนาการได้
2.หากจะทำโครงงานที่ใกล้เคียงกับเรื่องนี้ควรสอบถามสถานที่ให้แน่ใจและการวางแผนให้ดี
ความเป็นมาของอาหารชนิดนี้ เราเรียกว่าเมี่ยงเต้าเจี้ยว เนื่องจากว่าจังหวัดตากหรือเมืองตากนั้นมีเมี่ยงหลายชนิด ซึ่งส่วนใหญ่จะทานกับใบเมี่ยง (ใบชาหมัก) จะมีไส้เมี่ยงหลายลักษณะ เช่น ใช้เนื้อมะพร้าวหั่นเป็นฝอย ๆ ถั่วลิสง และกระเทียม นำไปทอดให้เหลืองกรอบ โดยทอดทีละอย่าง นำมาพักให้สะเด็ดน้ำมัน เมื่อเย็นดีแล้วนำมาคลุกเคล้าเข้าด้วยกัน อีกชนิดหนึ่งใช้มะพร้าวขูดเป็นเส้นแบบทำมะพร้าวแก้ว ถั่วลิสง กระเทียม น้ำปลา น้ำตาลปีบ ทอดในน้ำมัน โดยทอดมะพร้าวก่อนพอเริ่มเหลืองก็ใส่ถั่วลิสง และส่วนผสมอื่นๆทีละอย่าง ต้องมีความชำนาญจึงทราบว่าควรใส่ส่วนผสมใด ตอนไหน ส่วนผสมทุกอย่างถึงจะสุกพร้อมกันพอดี จากนั้นเคี่ยวต่อจนทุกอย่างเหลืองกรอบเกาะตัวกันเป็นก้อน นำขึ้นจากน้ำมันพักไว้ให้สะเด็ดน้ำมัน เมื่อเย็นแล้วจะได้ไส้เมี่ยงที่เกาะตัวกันเป็นก้อนมีความหวาน มัน ถ้าเป็นเมี่ยงแคบหมู ก็ประกอบด้วย ถั่วลิสงทอด กระเทียมเจียว แคบหมูหั่นเป็นชิ้นเล็ก ๆ เกลือป่น และน้ำตาลทราย ตัวอย่างเมี่ยงข้างต้นนี้หาซื้อเป็นของฝากได้เวลาไปเที่ยวเมืองตาก เหตุที่คนตากนิยมทานเมี่ยงซึ่งส่วนใหญ่มีมะพร้าวเป็นตัวหลัก ดังนั้นจึงมีกะลามะพร้าวมาก และเค้าก็เอามาทำกระทงสำหรับลอยในวันลอยกระทง เมี่ยงอีกชนิดหนึ่งที่เป็นที่ขึ้นชื่อของเมืองตากก็คือเมี่ยงเต้าเจี้ยว บางทีก็เรียกกันว่า เมี่ยงคำเมืองตาก หรือ เมี่ยงจอมพล ที่เรียกว่าเมี่ยงจอมพลเนื่องจาก ในอดีตทุกครั้งที่ จอมพลถนอม กิตติขจร มาเมืองตาก จะต้องไปกินเมี่ยงชนิดนี้ที่ร้านคุณป้าคนหนึ่งเป็นประจำ จนชาวบ้านพากันเรียก ''เมี่ยงจอมพล'' เมี่ยงชนิดนี้จะมีเต้าเจี้ยวเป็นน้ำเมี่ยง แต่เต้าเจี้ยวที่ใช้ไม่เหมือนกับเต้าเจี้ยวทั่วๆไปที่ขายซึ่งมีรสเค็ม แต่เต้าเจี้ยวของตากที่ทานกับเมี่ยงเป็นเต้าเจี้ยวเปรี้ยว ซึ่งคนตากจะทำการหมักไว้จนเปรี้ยวและก็มีวางขายเป็นของฝากด้วย เต้าเจี้ยวเปรี้ยวแบบนี้ใช้ทำอาหารได้หลายอย่างเหมือนเต้าเจี้ยวทั่วๆไป
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น